เปิดตัวแคมเปญ “เที่ยวใกล้…ได้เรื่อง Food Book Story”

พลิกโฉมท่องเที่ยวภาคกลาง ดึงนวัตกรรม-เทคโนโลยี ใช้ “อาหาร” เป็นตัวเล่าเรื่อง ชวน Gen Y-Z เที่ยวเมืองใกล้

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคกลาง จับมือ 4 พันธมิตร ได้แก่ บริษัท ชิมไทย จำกัด, บริษัท อีวี ออลล์ โซลูชั่น จำกัด, PTT Station และ Café Amazon เปิดตัวแคมเปญ “เที่ยวใกล้…ได้เรื่อง Food Book Story” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ยกระดับสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณค่า (Value-based Tourism) ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล นวัตกรรม และการเดินทางพลังงานสะอาด เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยว Gen Y และ Gen Z

โครงการมุ่งกระตุ้นการเดินทางแบบ Short Trip ภายใน 1-3 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ เชื่อมโยงการท่องเที่ยวใน 17 จังหวัดภาคกลาง กระจายรายได้สู่ชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่น ภายใต้แนวคิด “เที่ยวใกล้ สุขใจทั้งปี”

3 พันธมิตรหลักขับเคลื่อนโครงการ

  • ชิมไทย คัดสรรร้านอาหารและออกแบบ 5 เส้นทางรสชาติ (Taste Routes) ในจังหวัดนำร่อง ได้แก่ ปทุมธานี สมุทรสงคราม กาญจนบุรี สิงห์บุรี และนครปฐม
  • EV All Solution สนับสนุนการเดินทางด้วยรถยนต์ไฟฟ้า ส่งเสริม Green Travel
  • PTT Station และ Café Amazon ร่วมประชาสัมพันธ์และเป็นจุดแวะพักสำคัญของนักเดินทาง

ไฮไลต์กิจกรรม

  • E-Coupon รับส่วนลดสูงสุด 250 บาท
  • Interactive Map บน Google Maps พร้อมระบบสะสม E-Stamp
  • ส่วนลดและเมนูพิเศษจากร้านค้าพันธมิตรกว่า 25 ร้าน
  • ประกวดคอนเทนต์ “My Local Story” ผ่าน TikTok, Reels และ Facebook ชิงรางวัลรวม 25,000 บาท
  • แคมเปญสะสมคะแนน Top Spender รับคะแนนพิเศษ 2 เท่า ตั้งแต่ 1 ก.ค. – 15 ส.ค. 2569

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและร่วมกิจกรรมได้ที่ LINE OA: @foodbookstory, Facebook: Food Book Story, Instagram: foodbookstoryth, TikTok: @foodbookthailand และเว็บไซต์ www.foodbookstory.com.

เมื่อค็อกเทลไม่ได้มีไว้แค่ดื่ม! XIM Bangkok เปิดประสบการณ์ Mixology ที่ทุกแก้วมีเรื่องเล่า

เมื่อค็อกเทลไม่ได้มีไว้แค่ดื่ม! XIM Bangkok เปิดประสบการณ์ Mixology ที่ทุกแก้วมีเรื่องเล่า

XIM Bangkok ค็อกเทลบาร์แห่งใหม่บนชั้น 3 ของ The 49 Terrace สุขุมวิท 49 ชวนเปิดประสบการณ์การดื่มรูปแบบใหม่ ภายใต้แนวคิด Xplorimental Bar ที่นำศาสตร์แห่ง Mixology มาผสานกับ Storytelling ถ่ายทอดแรงบันดาลใจผ่านเมนูค็อกเทลที่ได้รับการออกแบบเป็น 4 Chapters เปลี่ยนทุกแก้วให้กลายเป็นเรื่องราวที่รอให้ค้นหา

ความโดดเด่นของ XIM Bangkok เริ่มตั้งแต่การออกแบบ Bar Counter รูปตัว X ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของร้าน และเชื่อมโยงกับชื่อ XIM ที่ซ่อนความหมายไว้หลายมิติ ทั้งคำว่า “ชิม” ที่สื่อถึงการเปิดประสบการณ์ลิ้มรส “ฌิม” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดเรื่องความสมดุล “ซิม” ที่หมายถึงการเฉลิมฉลอง และเมื่อสลับตัวอักษรจะกลายเป็นคำว่า MIX ซึ่งสะท้อนหัวใจของศาสตร์การผสมเครื่องดื่มได้อย่างลงตัว

ภายใต้แนวคิด Xplorimental Bar ทีม Mixologists ของร้านให้ความสำคัญกับการค้นคว้า ทดลอง และพัฒนาเครื่องดื่มในทุกขั้นตอน ผ่านการเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพ ผสานเทคนิคการรังสรรค์เครื่องดื่มสมัยใหม่ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างทั้งในด้านรสชาติ กลิ่น เนื้อสัมผัส และการนำเสนอ

เมนูของร้านแบ่งออกเป็น 4 Chapters ที่เปรียบเสมือนการเดินทางผ่านเรื่องราวและแรงบันดาลใจในแต่ละช่วง ตั้งแต่ Chapter I – Vice & Virtue ที่สะท้อนแนวคิดเรื่องความสมดุล ผ่านเมนูอย่าง Vice v. Virtue และ Space : Rural – Metropolis – Mythical Land ไปจนถึง Chapter II – Mix ที่นำเสนอความสนุกของการทดลองผ่านเมนู Matters ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากการเปลี่ยนสถานะของสสาร Solid • Liquid • Gas

ใน Chapter III – Chim ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสมิติใหม่ของรสชาติผ่านเมนู No – Chocolate ที่สามารถสร้างกลิ่นและสัมผัสคล้ายช็อกโกแลตได้ แม้ไม่มีส่วนผสมของช็อกโกแลต รวมถึง Termite Mushroom เมนูที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากเห็ดโคนหลังสายฝน ผ่านเทคนิค Consommé แบบฝรั่งเศส จนเกิดเป็นรสชาติอูมามิที่โดดเด่นและน่าประทับใจ

อีกหนึ่งกิมมิกที่สร้างความแตกต่างให้กับ XIM Bangkok คือ Signature Cocktail Card ที่เสิร์ฟมาพร้อมเครื่องดื่มทุกแก้ว โดยการ์ดแต่ละใบจะบอกเล่าแนวคิด แรงบันดาลใจ ส่วนผสม และเทคนิคการสร้างสรรค์ของเมนูนั้น ๆ เปรียบเสมือน Souvenir Card ที่สามารถเก็บไว้เป็นที่ระลึก หรือย้อนกลับมาอ่านเพื่อเรียนรู้เรื่องราวของค็อกเทลแต่ละแก้วได้ในภายหลัง

ด้วยการผสมผสานระหว่าง Mixology, Culinary Technique และ Storytelling ทำให้ XIM Bangkok ไม่ได้เป็นเพียง Cocktail Bar แต่เป็นพื้นที่แห่งการค้นพบประสบการณ์ใหม่ ที่ชวนให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสทั้งรสชาติ ความคิดสร้างสรรค์ และเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในทุก Chapter

XIM Bangkok
📍 ชั้น 3 The 49 Terrace ถนนสุขุมวิท 49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
🕖 เปิดบริการทุกวัน เวลา 19.00 – 02.00 น.
📞 โทร. 095-509-9996

Facebook: XIM Bangkok
Instagram: @xim.bangkok

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เหมาะสำหรับผู้มีอายุ 20 ปีขึ้นไป และควรดื่มอย่างมีความรับผิดชอบ

อเมริกันสแตนดาร์ด ฉลองทศวรรษแห่งความสำเร็จ! คว้ารางวัล 2026 Thailand’s Most Admired Brand ติดต่อกันเป็นปีที่ 10 ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์สุขภัณฑ์อันดับ 1 ที่ครองใจผู้บริโภคชาวไทยอย่างยั่งยืน

อเมริกันสแตนดาร์ด แบรนด์สุขภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกภายใต้ LIXIL Group ประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ด้วยการคว้ารางวัล 2026 Thailand’s Most Admired Brand ในหมวดวัสดุก่อสร้าง กลุ่มเครื่องสุขภัณฑ์ ติดต่อกันเป็นปีที่ 10 สะท้อนความเชื่อมั่นสูงสุดจาก ผู้บริโภคชาวไทย และตอกย้ำวิสัยทัศน์การก้าวข้ามขีดจำกัดของแบรนด์สุขภัณฑ์ สู่การเป็นผู้สร้างสรรค์พื้นที่แห่งความสุขและสุขภาวะที่ดีภายในบ้าน โดยงานมอบรางวัลจัดขึ้นที่แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้

ทศวรรษแห่งความไว้วางใจ: จากมาตรฐานความสะอาด สู่การออกแบบความสุขที่ยั่งยืน

ความสำเร็จในปีนี้มีรากฐานมาจากแนวคิดการออกแบบที่ยึดความต้องการของผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง (Consumer-Centric) โดย ตระกูล ส่งพิริยะกิจ ลีดเดอร์ ลิกซิล ประเทศไทย, ธุรกิจเทคโนโลยีการใช้น้ำ กล่าวว่า “การคว้ารางวัล 2026 Thailand’s Most Admired Brand ติดต่อกันเป็นปีที่ 10 ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคให้การยอมรับ แต่ยังเป็นข้อพิสูจน์ถึงความไม่หยุดนิ่งของ อเมริกันสแตนดาร์ด ในการปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปของคนไทยตลอดหนึ่งทศวรรษ จากแบรนด์ที่มอบความสะอาดสู่แบรนด์ที่มอบ ‘สุขภาวะ’ (Well-being) และความยั่งยืนให้กับทุกครัวเรือน เราไม่ได้เพียงแค่ผลิตสุขภัณฑ์ แต่เรานำ Consumer Insight มาแก้ปัญหาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างแท้จริง”

ตัวอย่างความสำเร็จที่ชัดเจนคือ นวัตกรรมฝักบัว WizFlo ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Pressure Boosting ช่วยเพิ่มแรงดันน้ำให้ทรงพลังและสม่ำเสมอ แม้ในพื้นที่ที่มีแรงดันน้ำต่ำ และ RainSwitch Power Jet ที่ผสานฟังก์ชันการใช้งานแบบ 2 in 1 ผู้ใช้สามารถสลับฟังก์ชันได้ด้วยมือเดียว ทั้งการชำระล้างเฉพาะจุด ตลอดจนการอาบน้ำเพื่อความผ่อนคลาย ช่วยเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันในห้องน้ำให้เป็นช่วงเวลาแห่งการปรนนิบัติกายและใจ

นิยามใหม่แห่ง ‘Brand Experience’ ที่ไร้รอยต่อ

อเมริกันสแตนดาร์ดสร้างความแตกต่างด้วยการออกแบบประสบการณ์แบรนด์แบบองค์รวม ตั้งแต่การสร้างการรับรู้ผ่านแคมเปญดิจิทัลที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ ไปจนถึงบริการหลังการขายที่เป็นเลิศโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญจาก LIXIL เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของสังคมไทย ทั้งกลุ่มครอบครัวสมัยใหม่ และกลุ่มสังคมสูงวัย

มุ่งสู่ความยั่งยืนและการดูแลสังคม

ในวาระครบรอบ 150 ปี อเมริกันสแตนดาร์ดยังเดินหน้าพันธกิจด้านความยั่งยืนผ่านคอลเลกชัน Acacia Supasleek ที่ช่วยประหยัดน้ำได้ถึง 50% พร้อมโครงการเพื่อสังคมที่มุ่งขยายการเข้าถึงสุขอนามัยพื้นฐาน เพื่อส่งมอบ “ชีวิตที่ดีขึ้น ปลอดภัยขึ้น และสวยงามขึ้น” ให้กับทุกคน ตามปณิธานของ LIXIL

“ในอนาคต อเมริกันสแตนดาร์ด มุ่งหวังที่จะถูกจดจำในฐานะ ‘ผู้ร่วมสร้างพื้นที่แห่งสุขภาวะและความเชื่อมโยงในบ้าน’ ที่พร้อมเติบโตไปกับผู้บริโภคในทุกช่วงวัย” ตระกูล กล่าวปิดท้าย

Grand Master T แห่ง CT Studio จากน้องชายดีเจต้นหอม สู่คนไทยผู้สร้างชื่อ PMU ไทยบนเวทีโลก

หลายคนอาจรู้จักเขาในฐานะ “น้องชายดีเจต้นหอม” แต่ในวงการ PMU เขาคือ “Grand Master T” จาก CT Studio คนไทยที่เคยคว้าแชมป์สักปากอันดับ 1 ทั้งในประเทศไทย เกาหลี และอินโดนีเซีย
จากคนหน้ากล้องในสายงานสื่อและโฆษณา สู่เส้นทาง PMU ที่ต้องอาศัยทั้งศาสตร์ ศิลป์ และความแม่นยำบนใบหน้า ชื่อของ Grand Master T เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นในเวทีนานาชาติ

ล่าสุด Grand Master T ได้รับเชิญให้เป็นคนไทยเพียงคนเดียวที่ขึ้นโชว์เทคนิคสักปาก 9D ซึ่งเป็นเทคนิคที่เขาพัฒนาขึ้นด้วยตัวเอง บนเวทีแข่งขันสักคิ้วสักปากที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเวียดนาม ซึ่งมีผู้เข้าแข่งขันกว่า 2,000 คนจากทั่วโลก

บนเวทีเดียวกัน “ช่างหยก” จาก CT Studio ยังสามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทสักคิ้วลายเส้น Hair Stroke บนคนจริงกลับมาได้สำเร็จ สะท้อนให้เห็นว่าฝีมือช่างไทยในวงการ PMU ทั้งงานสักปาก ฝังสีปาก และสักคิ้วลายเส้น สามารถยืนอยู่บนเวทีเดียวกับผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติได้อย่างภาคภูมิ

ปัจจุบัน CT Studio ยังคงพัฒนางานสักคิ้วและสักปากในแนวทางที่เน้นความละเอียด ความเป็นธรรมชาติ และการออกแบบเฉพาะบุคคล โดยมี Grand Master Claudia ผู้ร่วมก่อตั้ง CT Studio และเจ้าของเทคนิค 9D สักคิ้วลายเส้น ร่วมวางรากฐานมาตรฐานการออกแบบคิ้วให้เหมาะกับโครงหน้าและผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ

จากชื่อที่หลายคนคุ้นในฐานะน้องชายของคนดัง วันนี้ Grand Master T กำลังสร้างชื่อของตัวเองในฐานะคนไทยที่พาฝีมือ PMU ไทยออกไปสู่สายตานานาชาติ และ CT Studio ก็กำลังถูกพูดถึงในฐานะทีมไทยที่ตั้งใจผลักดันงานสักคิ้วสักปากไทยให้ไปไกลกว่าที่หลายคนเคยรู้จัก

CT Studio
📍 The Shelter โชคชัย 4 ชั้น 2 (Big C Food Service) ลาดพร้าว
Facebook: CT Studio Thailand https://www.facebook.com/CT.StudioThailand
Instagram: c.t.studio https://www.instagram.com/c.t.studio/
Tiktok: https://www.tiktok.com/@ctstudio.artist
Website: https://ctstudiothailand.com/
Google Map: https://share.google/vf5tAQULLXJXSqbWM
📞 097-224-4554
💬 LINE: @575wlcdb 

ททท. ผนึก Eastern & Oriental Express ยกระดับท่องเที่ยวไทย เจาะตลาดนักเดินทางคุณภาพทั่วโลก

ททท. ขานรับนโยบายการท่องเที่ยวมูลค่าสูงของรัฐบาล และกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ประกาศจับมือ Eastern & Oriental Express ผู้ให้บริการรถไฟลักชัวรีระดับโลก สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวเมืองไทยในมิติใหม่ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยเติบโตจากจุดแข็งด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม และการบริการที่ได้รับการยอมรับจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก แต่ในยุคที่พฤติกรรมการเดินทางเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึง KPI ชี้วัดความสำเร็จของการท่องเที่ยวในปัจจุบัน คือ “คุณค่าเชิงประสบการณ์“ ที่ได้รับ และ “มูลค่า” ที่กระจายสู่เศรษฐกิจและชุมชนอย่างยั่งยืน

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงเล็งเห็นถึงการยกระดับการท่องเที่ยวทางรางให้เป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญที่ตอบโจทย์แนวคิดดังกล่าวนี้ โดยใช้การเดินทางโดย “รถไฟ” เพื่อประตูแห่งประสบการณ์ ที่จะเปลี่ยนระยะทางให้กลายเป็นคุณค่าทางความรู้สึก และเปลี่ยนเส้นทางคมนาคมให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่มีความหมาย เปิดโอกาสให้นักเดินทางได้สัมผัสประเทศไทยในมิติที่แตกต่างจากการเดินทางรูปแบบอื่น

ซึ่งแนวทางของ ททท.นี้ สอดรับกับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวมูลค่าสูงของรัฐบาล และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงนโยบายและกฎระเบียบใหม่ๆ ในการพัฒนาระบบรางของกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่า ททท. จึงได้นำทีมหารือร่วมกับ Mr. Gary Franklin กรรมการผู้จัดการ Belmond Trains บริษัทในเครือ LVMH ผู้ให้บริการรถไฟลักชัวรีระดับโลก Eastern & Oriental Express เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวคุณภาพสูงของประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” โดยโครงการดังกล่าวมุ่งตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพและกลุ่มผู้มีรายได้สูงจากทั่วโลก โดยมีแผนนำร่องที่จะเปิดเส้นทาง กรุงเทพฯ – กาญจนบุรี – หัวหิน – หาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์ ภายในปี 2570

ททท. เชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีสำหรับมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ส่งเสริมการขายสินค้าบริการท่องเที่ยว ควบคู่ เสน่ห์ไทย กับ 5 Must Do ตลอดจนช่วยกระจายการเดินทางและรายได้สู่เมืองรองและภูมิภาคของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป

 

#AmazingThailand
#HealingIsTheNewLuxury
#EasternAndOrientalExpress

อัปเกรดรอยยิ้มให้มั่นใจขึ้นกับ usmile Optical White 2.0

usmile เปิดตัว “Optical White 2.0” นวัตกรรมยาสีฟันไวท์เทนนิ่งออปติคัลสีม่วงสูตรใหม่ โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Purple Corrector และ Triple Enzyme เพื่อฟันขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมมอบรอยยิ้มที่ดูสดใสและมั่นใจยิ่งขึ้นในทุกวัน

usmile แบรนด์นวัตกรรมด้านการดูแลสุขภาพช่องปากระดับโลก (Professional Oral Care Brand) เปิดตัว “usmile Optical White 2.0” ยาสีฟันไวท์เทนนิ่งออปติคัลสีม่วงสูตรใหม่อย่างยิ่งใหญ่ ณ โซน Eden ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการก้าวสู่ The Leading Brand of Smart Oral Care ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ผสานองค์ความรู้ด้านทันตกรรม วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม ยกระดับประสบการณ์การดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับผู้บริโภคยุคใหม่ ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณแซม หยาง ผู้อำนวยการ usmile ประจำประเทศไทยและฟิลิปปินส์ และ หมอเณ็ฐ-นพ.ปวริศ ทวีรุจจนะ แพทย์ด้านความงามและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์ด้านการดูแลสุขภาพช่องปาก เทรนด์ความงามยุคใหม่ และบทบาทของนวัตกรรมในการยกระดับความมั่นใจผ่านรอยยิ้มที่ดีต่อสุขภาพ

คุณแซม หยาง ผู้อำนวยการ usmile ประจำประเทศไทยและฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า “ที่ usmile เราเชื่อว่าการป้องกันดีกว่าการรักษา และ 90% ของโรคในช่องปากสามารถป้องกันได้ หากได้รับการดูแลอย่างถูกต้องตั้งแต่ระยะเริ่มต้น แนวคิด Prevention over Treatment จึงเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทุกไอเทมของเรา รวมถึง Optical White 2.0 ซึ่งได้รับการออกแบบให้ตอบโจทย์ทั้งด้านสุขภาพช่องปากและความมั่นใจในรอยยิ้ม เราต้องการให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงการดูแลช่องปากระดับมืออาชีพได้ง่ายขึ้นในชีวิตประจำวัน ผ่านนวัตกรรมที่มีพื้นฐานจากองค์ความรู้ด้านทันตกรรมและวิทยาศาสตร์ เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาพช่องปากของผู้คนในระยะยาว”

ผลิตภัณฑ์ usmile Optical White 2.0 ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด Natural Optical Whitening System โดยผสานเทคโนโลยี Purple Corrector Technology หรือเม็ดสีม่วงที่ทำงานตามหลัก Optical Color Correction ช่วยปรับสมดุลโทนสีเหลืองบนผิวฟัน ทำให้ฟันดูขาวและกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อม Triple Enzyme Technology ที่ช่วยลดและขจัดคราบสะสมจากอาหารและเครื่องดื่มในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะชา กาแฟ และเครื่องดื่มสีเข้ม ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ฟันดูหมองคล้ำ

นอกจากนี้ Optical White 2.0 ยังได้รับการพัฒนาในรูปแบบ Peroxide-Free Formula หรือสูตรปราศจากสารฟอกสีประเภทเปอร์ออกไซด์ จึงอ่อนโยนและเหมาะสำหรับการใช้งานเป็นประจำทุกวัน พร้อมมอบความรู้สึกสะอาด สดชื่นยาวนาน และประสบการณ์การแปรงฟันที่สบายและนุ่มนวลยิ่งขึ้น ทำให้การดูแลฟันขาวสามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันได้อย่างง่ายดาย

ด้าน หมอเณ็ฐ-นพ.ปวริศ ทวีรุจจนะ กล่าวว่า “ปัจจุบันผู้บริโภคมองความงามแบบองค์รวมมากขึ้น สุขภาพช่องปากและรอยยิ้มจึงเป็นส่วนสำคัญของภาพลักษณ์และความมั่นใจ การมีผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้การดูแลฟันขาวสามารถเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันได้อย่างง่ายดาย ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี”

อีกหนึ่งไฮไลท์ของงานเปิดตัวในครั้งนี้คือการปรากฏตัวของ แตงกวา-พิญญาเนศวร์ อั้งสุวรรณ และ เหนือ-ดิสรยา เตชะไพบูลย์ สองนักแสดงจากซีรีส์ Dangerous Queen คนโปรดของควีนที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และความประทับใจหลังการใช้ผลิตภัณฑ์ usmile Optical White 2.0 พร้อมด้วยเหล่าเซเลบริตี้และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังจากหลากหลายวงการที่มาร่วมสัมผัสนวัตกรรมล่าสุดของแบรนด์อย่างใกล้ชิด

ด้าน แตงกวา-พิญญาเนศวร์ อั้งสุวรรณ กล่าวว่า “สำหรับแตงกวา รอยยิ้มเป็นส่วนสำคัญของบุคลิกภาพและความมั่นใจค่ะ หลังจากได้ลองใช้ usmile Optical White 2.0 รู้สึกชอบตรงที่ฟันดูสะอาดและขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมให้ความรู้สึกสดชื่นหลังการแปรงในทุกวัน เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่ช่วยเสริมความมั่นใจได้จริงค่ะ” ขณะที่ เหนือ-ดิสรยา เตชะไพบูลย์ เผยว่า “เหนือชอบยาสีฟันยูสไมล์ออปติคัลสีม่วงตรงที่ให้ทั้งการดูแลสุขภาพช่องปากและความรู้สึกพรีเมียมในเวลาเดียวกัน ทั้งกลิ่น รสสัมผัส และความสดชื่นหลังการใช้งาน ทำให้การแปรงฟันในแต่ละวันกลายเป็นช่วงเวลาที่รู้สึกดีขึ้นและช่วยให้มั่นใจในรอยยิ้มมากขึ้นด้วยค่ะ”

การเปิดตัว usmile Optical White 2.0 ในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสุขภาพช่องปากและความมั่นใจในรอยยิ้ม พร้อมขยายการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากคุณภาพระดับสากลสู่ผู้บริโภคไทยมากยิ่งขึ้น ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ usmile ในการก้าวสู่การเป็น The Leading Brand of Smart Oral Care ผ่านการผสานองค์ความรู้ด้านทันตกรรม วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาพช่องปากของผู้คนในระยะยาว

โดย usmile ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2016 ด้วยความเชื่อที่ว่า “90% ของโรคในช่องปากสามารถป้องกันได้ หากได้รับการดูแลอย่างถูกต้องตั้งแต่ระยะเริ่มต้น” ภายใต้แนวคิด Prevention over Treatment หรือ “การป้องกันดีกว่าการรักษา” ปัจจุบันแบรนด์ดำเนินธุรกิจในกว่า 30 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก ช่วยยกระดับสุขภาพช่องปากให้ผู้บริโภคมากกว่า 55 ล้านคน มีผู้ใช้งานใหม่มากกว่า 20,000 คนต่อวัน และมีสิทธิบัตรและทรัพย์สินทางปัญญามากกว่า 660 รายการ พร้อมเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยให้การดูแลสุขภาพช่องปากระดับมืออาชีพเป็นเรื่องง่าย เข้าถึงได้ และ ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ทั่วโลก

 

ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ usmile Optical White 2.0  ได้ทาง TikTok: @usmile.thailand Instagram: @usmile.th และ Facebook: Usmile Thailand

#usmileopticalpurple #usmileยาสีฟันออปติคัลสีม่วง #usmilethailand

 

 

 

โนโว นอร์ดิสค์ ประเทศไทย ต้านยาปลอมด้วยบล็อกเชน สร้างความมั่นใจในการใช้ผลิตภัณฑ์ GLP-1 อย่างปลอดภัย

โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด (โนโว นอร์ดิสค์) ยืนยันจุดยืนในการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ป่วย และคุณภาพของยา หลังมีรายงานการจัดจำหน่ายและมีการใช้ตัวยา GLP-1 ในสถานพยาบาล ภายใต้ชื่อทางการค้า NOVOTRIMPLUS+ ที่ไม่ได้มีการขึ้นทะเบียนโดยถูกต้องตามกฎหมายไทยและนำไปสู่เหตุการณ์ที่ผู้ป่วยได้รับผลข้างเคียงจากการใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีการใช้ชื่อบริษัทในชื่อผลิตภัณฑ์ จึงทำให้เกิดความสับสนและความเข้าใจผิดต่อสาธารณชนว่าผลิตภัณฑ์และตัวยาดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

 บริษัทขอยืนยันว่า ความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นสิ่งที่ทางบริษัทให้ความสำคัญสูงสุด และบริษัทมีมาตรการดำเนินการเชิงรุกเพื่อยกระดับความปลอดภัยให้กับผู้ป่วยจากการใช้ผลิตภัณฑ์ GLP-1 (Semaglutide) แบบฉีดรายสัปดาห์ของบริษัท และเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของยาปลอม ผ่านการใช้ eZTracker ซึ่งเป็นเทคโนโลยีบล็อกเชนที่บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วย และผู้ดูแลผู้ป่วยสามารถใช้ในการตรวจสอบรายละเอียดและความถูกต้องของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ซึ่งบริษัทมีผลิตภัณฑ์ GLP-1 (Semaglutide) แบบฉีดรายสัปดาห์ที่มีข้อบ่งใช้เป็นยาสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ภายใต้ชื่อทางการค้า Ozempic® (หรือโอเซมปิก®) และ ผลิตภัณฑ์ยาที่มีข้อบ่งใช้เป็นยาลดน้ำหนักสำหรับผู้ป่วยโรคอ้วน ภายใต้ชื่อทางการค้า Wegovy® (หรือ วีโกวี®) เท่านั้น โดย eZTracker ซึ่งเป็นสติกเกอร์ 2D Data Matrix ที่ติดลงบนบรรจุภัณฑ์แต่ละกล่อง ที่ผู้ป่วยสามารถแสกนสติกเกอร์ดังกล่าวเพื่อตรวจสอบข้อมูลของผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้องแม่นยำได้ด้วยตนเองก่อนการใช้ยา

 ทั้งนี้ การใช้ยาที่ไม่ได้รับขึ้นทะเบียนในประเทศไทยอย่างถูกต้อง ผู้ป่วยต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากการใช้ยาที่ไม่ได้มาตรฐาน ยาด้อยคุณภาพ ตัวยามีการปนเปื้อน หรือแม้แต่ผสมสารที่เป็นอันตราย ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรงและเป็นอันตรายต่อผู้ป่วย


นายจิฮาน เซอร์ดาร์ คิซิลจิก ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด
กล่าวว่า ความปลอดภัยของผู้ป่วยคือแกนหลักของโนโว นอร์ดิสค์ ทางเรามีความกังวลเป็นอย่างมากกับความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ GLP-1 ปลอมที่ส่งผลต่อผู้ป่วยในประเทศไทย โนโว นอร์ดิสค์ ยินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ที่จะสนับสนุนความพยายามของหน่วยงานต่าง ๆ ของไทย รวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในการรับมือกับปัญหาที่รุนแรงนี้ เพื่อเป็นสร้างความมั่นใจและปลอดภัยให้กับผู้ป่วย ผ่านการใช้ระบบ eZTracker ซึ่งเรานำมาติดในบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ GLP-1 แบบฉีดรายสัปดาห์ ทั้งสองรายการของบริษัท ตั้งแต่ปี 2568 ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบความถูกต้องของผลิตภัณฑ์โนโว นอร์ดิสค์ ได้ทันที โดยการสแกน QR Code 2D บนกล่อง หรือกรอกรหัสผลิตภัณฑ์ ผ่านแอปพลิเคชัน eZTracker หากผลิตภัณฑ์เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท ระบบจะยืนยันความถูกต้องและแสดงข้อมูลรายละเอียด แต่หากระบบไม่สามารถยืนยันได้ อาจมีแนวโน้มว่าผลิตภัณฑ์นั้นเป็นยาปลอม ผู้ใช้ควรรายงานปัญหาผ่านแอปพลิเคชัน eZTracker เพื่อร่วมกันต่อต้านยาปลอมและช่วยให้ผู้ป่วยมีความปลอดภัยในการใช้ผลิตภัณฑ์ให้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ผู้ป่วยจะเข้ารับการรักษาโรคจากทางคลินิกหรือสถานพยาบาล หรือ รับยาจากร้านขายยา ผู้ป่วยควรขอตรวจสอบความถูกต้องของผลิตภัณฑ์รวมไปถึงความเรียบร้อยของบรรจุภัณฑ์ยาทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจได้ว่ายาที่ผู้ป่วยใช้เป็นยาจริงที่มีคุณภาพ และได้มาตรฐาน ผ่านการขึ้นทะเบียนอยากถูกต้องจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

TILFF 2026 เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ชูแนวคิด “Courage & Transformation” พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่ Hub คอนเทนต์ LGBTQ+ ระดับเอเชียและนานาชาติ

Thailand International LGBTQ+ Film & TV Festival 2026 (TILFF 2026) เปิดตัวอย่างเป็นทางการภายใต้แนวคิด “Courage & Transformation” ความกล้าและการเปลี่ยนแปลง สะท้อนพลังแห่งการเติบโต การยืนหยัดในตัวตน และการก้าวข้ามขีดจำกัดผ่านพลังของภาพยนตร์ โทรทัศน์ และศิลปะแห่งการเล่าเรื่อง พร้อมประกาศวิสัยทัศน์ครั้งสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลาง (Hub) ด้านคอนเทนต์ LGBTQ+ ของเอเชียและเวทีนานาชาติ

​ก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 ของการจัดงาน เทศกาล TILFF ได้เติบโตจากเทศกาลภาพยนตร์ที่มุ่งส่งเสริมความหลากหลายทางเพศ สู่แพลตฟอร์มระดับนานาชาติที่เชื่อมโยงผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ ผู้กำกับ นักแสดง โปรดิวเซอร์ นักลงทุน ผู้จัดจำหน่าย และผู้ชมจากทั่วโลกผ่านการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และพลังแห่งการเล่าเรื่องที่ไร้พรมแดน

​ภายในพิธีเปิดเทศกาล ได้รับเกียรติจาก คุณยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ โดยกล่าวถึงบทบาทของเทศกาลภาพยนตร์ในฐานะกลไกสำคัญในการส่งเสริมความหลากหลายทางวัฒนธรรม การสร้างความเข้าใจระหว่างผู้คน และการขับเคลื่อนพลังสร้างสรรค์ของสังคมร่วมสมัย พร้อมเน้นย้ำถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นพื้นที่เปิดกว้างสำหรับการแลกเปลี่ยน
ทางวัฒนธรรมและการพัฒนาอุตสาหกรรมคอนเทนต์สู่ระดับนานาชาติ อันสอดคล้อง
กับนโยบายการส่งเสริม Soft Power ของประเทศในปัจจุบัน

​คุณปิยะรัฐ กัลย์จาฤก Festival Director of Thailand International LGBTQ+ Film & TV Festival กล่าวว่า “หลังจากที่เทศกาล TILFF 2025 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘HOME’ ซึ่งสะท้อนถึงบ้านในฐานะพื้นที่แห่งการยอมรับ ความเข้าใจ และการโอบรับความหลากหลาย ปีนี้เราเลือกก้าวต่อไปด้วยแนวคิด ‘Courage & Transformation’ เพราะเราเชื่อว่าการได้รับการยอมรับเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่การมีความกล้าที่จะเติบโต เปลี่ยนแปลง และก้าวข้ามข้อจำกัดต่างหาก คือพลังสำคัญที่จะนำพาผู้คนและสังคมไปสู่อนาคตที่ดียิ่งขึ้น

Thailand International LGBTQ+ Film & TV Festival ไม่ได้เป็นเพียงเทศกาลภาพยนตร์ หากแต่เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เรื่องราวอันหลากหลายจากทั่วโลกได้รับการมองเห็น ได้รับการรับฟัง และส่งต่อแรงบันดาลใจสู่ผู้ชมในวงกว้าง เรามุ่งมั่นที่จะสร้างพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และความเข้าใจระหว่างผู้คนผ่านพลังของภาพยนตร์และสื่อร่วมสมัย ในขณะเดียวกัน เรายังตั้งใจผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ LGBTQ+ จากทั่วโลก และเป็นศูนย์กลางแห่งการเชื่อมโยงเครือข่ายอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของเอเชีย เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอนาคตของคอนเทนต์ที่เปิดกว้าง เท่าเทียม และทรงพลังยิ่งกว่าเดิม”

แนวคิดหลักของเทศกาลในปีนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก “Prism” หรือปริซึม สัญลักษณ์แห่งการเปลี่ยนผ่านและการค้นพบตัวตน เมื่อแสงเดินทางผ่านปริซึมจะเกิดการหักเหและกระจายออกเป็นสเปกตรัมสีที่หลากหลาย เปรียบเสมือนผู้คนที่ผ่านประสบการณ์ การต่อสู้ และการเติบโต จนสามารถเปล่งประกายในแบบของตนเองอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของเทศกาลในปีนี้ คือภาพยนตร์เรื่อง “Heals” ผลงานกำกับของคุณไพลิน วีเด็ล
ซึ่งได้รับเลือกให้เป็น Opening Film ของ Thailand International LGBTQ+ Film & TV Festival 2026 และจัดฉายในฐานะ World Premiere เป็นครั้งแรกของโลกภายในเทศกาล

​คุณไพลิน วีเด็ล ผู้กำกับภาพยนตร์ กล่าวว่า “Heals เป็นภาพยนตร์ที่พูดถึงการเยียวยา การค้นหาตัวตน และการยอมรับความเปราะบางของมนุษย์ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Courage & Transformation ของเทศกาลในปีนี้อย่างลึกซึ้ง ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับเลือกให้เป็นภาพยนตร์เปิดเทศกาล และ World Premiere ได้เปิดตัวต่อผู้ชมทั่วโลกเป็นครั้งแรกในเทศกาล TILFF 2026 ครั้งนี้ หวังว่าผู้ชมจะได้ค้นพบความหมายบางอย่างที่สะท้อนกลับมาสู่ตัวเองผ่านเรื่องราวในภาพยนตร์”

โดยงาน Thailand International LGBTQ+ Film & TV Festival 2026 จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 5–11 มิถุนายน 2569 ณ สยามภาวลัย รอยัล แกรนด์เธียเตอร์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน รวบรวมกิจกรรมสำคัญมากมายผ่านเวทีแห่งภาพยนตร์ โทรทัศน์และคอนเทนต์ร่วมสมัยนานาชาติ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การสร้างเครือข่าย และการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในระดับภูมิภาคและระดับโลก

​สำหรับกิจกรรม Film Screening ระหว่างวันที่ 5–11 มิถุนายน 2569 เทศกาลได้นำเสนอภาพยนตร์ LGBTQ+ จากประเทศไทยและนานาชาติกว่า 60 เรื่อง ซึ่งผ่านการคัดเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญในวงการภาพยนตร์ ครอบคลุมทั้งภาพยนตร์ขนาดยาว ภาพยนตร์สารคดี ภาพยนตร์สั้น และผลงานร่วมสมัยจากผู้สร้างสรรค์ทั่วโลก พร้อมกิจกรรม Q&A Session ร่วมกับผู้กำกับ นักแสดง และทีมผู้สร้างในรอบพิเศษ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเข้าถึงเบื้องหลังการสร้างสรรค์ผลงานอย่างใกล้ชิด

​นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม TILFF Forum ระหว่างวันที่ 6–8 มิถุนายน 2569 และกิจกรรม Workshop ในวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ภายใต้แนวคิด “LGBTQIA+ as Entertainment & Empowerment” โดยรวบรวมผู้กำกับ นักแสดง โปรดิวเซอร์ ผู้บริหารแพลตฟอร์ม ผู้จัดจำหน่าย และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายประเทศ มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของสื่อบันเทิงที่มีคุณภาพ และอนาคตของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ร่วมสมัยในระดับนานาชาติ ​ภาพยนตร์เรื่อง Heals ซึ่งได้รับเลือกเป็นภาพยนตร์เปิดเทศกาลในปีนี้ จะเข้าฉายรอบพรีเมียร์ออนไลน์ทั่วโลกวันที่ 18 มิถุนายน ผู้สนใจสามารถรับชมตัวอย่างภาพยนตร์อย่างเป็นทางการได้ทาง Trailer YouTube :

​ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลแห่งความหลากหลาย การเปลี่ยนแปลง และพลังแห่งการเล่าเรื่อง

พร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่
Website : www.tilff-thailand.com
Facebook : tilff.official
Instagram : tilff.official
TikTok : @tilff.official
X : @TILFF_Official

ททท. ร่วมสร้างปรากฏการณ์สุดยิ่งใหญ่แห่งความภาคภูมิใจกับงาน BANGKOK PRIDE PARADE 2026: Patch the World with Peace People Pride ขบวนพาเหรดสีรุ้งสุดตระการตา

เปิดแล้วงาน BANGKOK PRIDE PARADE 2026: Patch the World with Peace People Pride ขบวนพาเหรดสีรุ้งสุดตระการตา อลังการที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประเทศไทย ตอกย้ำภาพลักษณ์ “LGBTQIA+ FRIENDLY DESTINATION” ของประเทศไทย พร้อมโชว์ศักยภาพกรุงเทพมหานครสู่การเป็นเจ้าภาพการจัดงาน WORLD PRIDE 203

วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ณ SPHERE STREET ชั้น G, ศูนย์การค้า เอ็มสเฟียร์ คุณสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คุณโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม คุณศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด, EM DISTRICT, SIAM PARAGON RETAIL และ BANGKOK MALL และผู้แทนภาคีเครือข่ายภาครัฐและภาคเอกชน เข้าร่วมขบวนพาเหรด LOVE PRIDE PARADE BANGKOK 2026 โดยเคลื่อนขบวนจากเอ็มสเฟียร์สู่สนามกีฬาเทพหัสดิน (สนามกีฬาแห่งชาติ) เพื่อเข้าร่วมพิธีเปิด “ROAD TO WORLD PRIDE 2030” ร่วมกับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ PMCU และพาคีเครือข่าย อย่างยิ่งใหญ่และแสดงความพร้อมในการร่วมสนับสนุนกรุงเทพฯ ในการเป็นเจ้าภาพงาน
WORLD PRIDE 2030 ที่กำลังจะมาถึง

โดยในปีนี้จะถ่ายทอดความหมายของการเดินทางผ่าน 6 ขบวน:
💚 ขบวนสีเขียว (แยกนรารมย์): Patch of Harmony หัวใจแห่งสันติภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี
💙 ขบวนสีฟ้า (ซอยธนิยะ): Patch of Unity พลังแห่งความปลอดภัยและบ้านสำหรับทุกตัวตน
💜 ขบวนสีม่วง (หน้าคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ): Patch of Identity การรับรองอัตลักษณ์ทางเพศอย่างมีศักดิ์ศรี
🧡 ขบวนสีส้ม (หน้าคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ): Patch of Dignity ยืนยันคุณค่าของทุกอาชีพและแรงงาน
❤️ ขบวนสีแดง (หน้าสยามพารากอน): Patch of Love สิทธิเท่าเทียมสำหรับทุกรูปแบบครอบครัว
💛 ขบวนสีเหลือง (หน้าลิโด้): Patch of Spirit พลังศิลปะและวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน

🤹‍♀️ทุกขบวนจะมุ่งหน้าสู่สนามกีฬาเทพหัสดิน เพื่อฉลองบนเวที PRIDE STAGE พบกับวงระเบียบวาทะศิลป์และ Iconic LGBTQIAN+ อีกมากมาย


ททท. เชื่อมั่นว่า Pride Thailand 2026 เป็นโอกาสสำคัญในการสื่อสารว่า ประเทศไทยพร้อมเปิดรับทุกความรัก ทุกตัวตน และทุกความรู้สึก พร้อมเดินหน้าร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ปลอดภัย ครอบคลุม และมีความหมาย สะท้อนบทบาทของ ททท. ในการยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางคุณภาพ ที่ใช้ความหลากหลาย ความปลอดภัย และเสน่ห์ไทย เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
#AmazingThailand
#BangkokPride2026 #WorldPride2030Bangkok
#Roadtoworldpride2030 #แบงค็อกไพรด์2026 #LGBTQIAFriendlyThailand
#ทุกความรักเท่าเทียม